บีing agian กับ เรื่องซ้ำๆที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
posted on 13 May 2009 03:45 by artisanเรื่องที่ฉันบันทึกนี้มี 2 เรื่อง นะ
เรื่องแรก เกี่ยวกับโยคะ ตัวละคร ฉัน nobody ผมสั้น
เขา หนุ่มเซอร์ ผมยาว
เ-'' คนที่ฉันรัก ซึ่งไม่มีตัวตนในฉาก
ตัวประกอบ ผู้เล่นโยคะคนอื่นๆ
เสียงประกอบ เสียงภาษาอังกฤษของครูผู้สอนชาวต่างชาติ
เรื่องที่สอง เกี่ยวกับการซ้อมละคร
ตัวละคร เพื่อนทีมงาน ในการซ้อมละคร
............................................
วันนี้เป็นวันนัดซ้อมละครเป็นวันแรก.......
ในวันนี้ตั้งใจจะทำหลายๆสิ่งๆหลายอย่าง แต่สังขารก็ไม่เอื้ออำนวยให้ลุกจากที่นอน
แล้วเดินไล่ไปตามความฝัน ทำให้มันเกิดขึ้นจริงเสียที.....วันนี้ไม่ได้ทำอะไร
นอกจากนอนหมดแรง อยู่บนเตียงนอนขนาดเล็กที่นอนคนเดียวมาเนิ่นนาน
หรือหากจะมีใครมาหนุนนอนด้วยอีกคน
คงได้ตกเตียงสักคนเพราะเตียงกว้างแค่ 3 X 6 ฟุตเท่านั้น ผ้าปูที่นอนไซค์นี้ยังไม่ค่อยมีขายเลย
ลำบากฉันที่ต้องซื้อผ้ามาเย็บเอง.....
ร่ายยาวไปเรื่องเตียงนอนซะอีก
สิบเอ็ดโมงฉันตื่นขึ้นมาและบังคับตัวเองต้องกินข้าว....เพื่อจะได้มีแรง ไปเล่นโยคะ ตอนรอบ
บ่ายสองโมงครึ่ง หากกินหลังจากนี้ก็ไม่ได้ เพราะในการฝึกต้องให้อาหารได้ย่อยเสียก่อน
หรือไม่ก็ ควรฝึกทั้งตอนที่ยังท้องว่าง ห้ามทานอาหารทันทีแล้วไปฝึก !!
เพราะมันไม่ดีต่อกระเพาะ อาจอาเจียนได้
ฉันกินข้าวเสร็จแล้วก็นอนเล่นต่อ พอนอนบนโซฟาเท่านั้นแหละก็ หลับ หลับ หลับ
และลุกขึ้นมานอนต่อบนเตียงนอน... ยาวมาถึงบ่าย และเกือบเย็น
วันนี้มีนัดซ้อมละคร ตอน 19.30 น ฉันมองดูตารางโยคะแล้ว ก็ยังเล่นทันเพราะสถานที่ฝึกกับที่ซ้อมนั้น
เพียงข้ามถนนเดินเพียง 20 เมตรก็ถึงที่ซ้อมละครแล้ว ..... ฉันจึงเล่นโยคะร้อน 90 นาที
แล้วค่อยไปซ้อมละคร..... แต่ในการฝึกโยคะในวันนี้ มีเรื่องราวพิเศษ ทำให้รู้สึกจี๊ดๆที่ใจขึ้นมาอีกครั้ง
หาใช่ท่าทางในการฝึกหรอกนะ ที่ทำให้รู้สึก จุกที่อก คล้ายน้ำตาตกใน ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ
คนที่ฝึกอยู่บนอาสนะข้างๆตัวฉัน คือ ....... ดาราคนหนึ่ง แต่คำว่าดาราหาใช่ทำให้ฉันสั่นคลอนในความ
รู้สึกไม่ แต่ดาราหนุ่มคนนี้ เคยมีสัมพันธ์พิเศษกับคนที่ฉันรัก เพราะฉะนั้น เค้าคือคนที่แย่งคนรักจากฉันไป!!
(ในความเป็นจริงแล้วเค้าไม่ได้แย่งคนรักฉันไปหรอก แต่คนที่ฉันรักนะซิ ตีจากฉันไปเอง
ไปหาคนอื่นเพราะฉะนั้น เขาจึงไม่ใช่คนผิดที่มาแย่งหรอกนะ......
แต่ก็อีกแหละ ถ้าเจอหน้ากัน มันก็คงลำบากใจ เธอว่าใหม่ ???)
ความจริงคนที่ฉันรัก ฉันเองก็ไม่มีสิทธิ์เรียก
เค้าว่าแฟนได้เลย เราไม่เคยตกลงกันว่าเป็นอะไรกัน เป็นแฟนเหรอ ไม่เลย ฉันเพียงแต่ขี้ตู่ หลงไหล
หลงรักเค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว...... แต่นั้นก็เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาถึง 14 ปี แล้ว
ครั้งหนึ่งเมื่อ 14 ปีก่อน สมัยที่ฉันยังอยู่มหาวิทยาลัย ฉันไปดูละครที่อักษรจุฬาในขณะนั้นโรงละคร
ยังอยู่ในตึกของอักษร ฉันไม่คิดว่า โลกมันจะกลมขนาดนี้ ฉันได้เลขที่นั่งที่ใกล้กับ เขา *
เขา**ซึ่งเป็นแฟนใหม่ เป็นเด็กใหม่ของคนที่รักฉัน ในวันนั้นฉันดูละครไม่ค่อยรู้เรื่องเลย
เขานั่งติดกับฉัน ที่นั่งดูละครติดกัน ไม่ต่างไปจากวันนี้ที่อาสนะในการฝึกโยคะ ติดกันเลย
แหม่....ให้ตายสิ คนฝึกมีตั้ง 30 -40 คน แต่ดันมาอยู่ใกล้กันเนี่ยนะ เบื้องบนคงส่ง
แบบฝึกหัด....มาทดสอบความเข็มแข็งของฉันอีกครั้ง
ในตอนนั้น ฉันรู้ว่า เค้าทั้งคู่คบกันเป็นแฟน
หลังจากดูละครจบ เราทักทายกัน พูดคุยกัน ฉันเสือกถามเค้าไปว่า ละครจบแล้วไปไหนต่อ
เค้าบอกฉันว่า
"จะไปบ้านพี่.........(ชื่อคนที่ฉันรัก)"
คำพูดประโยคธรรมดา แต่ปวดใจฉันยิ่งนัก ฉันจำได้ได้ว่าฉันเดินร้องไห้ .......ตลอดทางเดินไปมาบุญครอง
ไม่น่าถามเลยกรู -_-" ข้อคิดที่ได้คือ บางเรื่องที่เป็นความจริงก็ไม่ควรรู้เน๊อะ...ว่าปะ
.....ในวันนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง แต่สถานที่เปลี่ยนไป แม้ว่าเวลาจะจางมาถึง 14 ปีแล้ว
ความรู้สึกเสียใจหรือ ปักใจรักอยู่ก็หายไป แต่ก็มีอาการทุกครั้งที่พบเจอ เขา หรือข่าวคราวของเขา
ฉันรู้สึกแย่จริงๆนะ ....
แต่ในวันนี้ บนเสื่ออาสนะ ฉันก็ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ความรู้สึกไม่ปกติในตัวเอง
เกือบจะร้องไห้บนอาสนะแล้วล่ะ ในขณะที่ทำท่าก้มคุ้ดคู้ เพื่อผ่อนคลาย แต่ฉันก็เอาชนะใจตัวเองได้
ฉันอยู่กับลมหายใจของตัวเอง หายใจเข้าลึก หายใจออกผ่อนคลาย ยอมรับว่ามีบางแว๊บ ที่รู้สึกไปกับ
เรื่องราวในอดีต แต่ฉันทำได้เพียงเท่านี้ก็เก่งมากแล้ว สำหรับคนเปราะบางเรื่องความรักอย่างฉัน
...............................................
บรรยากาศการซ้อมละคร
วอร์มร่างกาย เหนื่อยมากกกกกกกกก โดยเฉพาะฉันได้สิ้นเรี่ยวแรงไปแล้วในคลาสโยคะร้อน ถึง
90 นาที และต่อด้วยการ วอร์มแบบละครอีก เหงื่อตก!!! แต่ก็สนุกดี
ผู้กำกับถามว่า แต่ละคนวันนี้ หรือการเดินทางวันนี้ได้ไปเจอเหตุการณ์การอะไรบ้าง
ตอนแรกฉันว่าจะไม่บอกว่าไปเล่นโยคะแล้ว แต่ว่าสักวันหนึ่งก็คงได้รู้ เพราะว่าจะได้รู้ว่า
ที่มาช้าไปสิบนาทีเพราะไปเล่นโยคะมานะ
วันนี้นักแสดงมายังไม่ครบ มาแค่ 4 คนเท่านั้นเอง แต่เราก็วอร์มและทำกิจกรรมกัน
ผู้กำกับให้จับคู่ ฉันได้คู่กับน้องผู้ชาย ชาย,ชาย, ญ,ญ
และมีคำถาม 5 ข้อ เกี่ยวกับเรื่องความคาดหวัง
1.ตัวเองคาดหวังอะไรกับตัวเอง
2.ครอบครัวคาดหวังอะไรกับตัวคุณ
3.สังคมคาดหวังอะไรกับตัวคุณ
4.ประเทศชาติคาดหวังอะไรกับตัวคุณ
5.แล้วคุณคาดหวังอะไรกับคนอื่น....
จากนั้นก็ให้หนึ่งคนเล่า แต่ต้องเล่าช้าๆเพื่อให้เพี่อนที่ฟังคอยจด และต้องเขียนทุกคำพูดต้อง
และคนพูดเองก็ต้องพูดช้าๆ เพื่อให้จดได้ทัน ฉะนั้นเวลาจะพูดต้องพูดช้าและออกจะยานคางไปด้วย
ก็ตลกดี เราต้องเรียบเรียงคำพูดเพื่อให้อ่านรู้เรื่องเพราะเวลาเราพูดจะพูดทีละคำเลย
หลังจากนั้น ผกก.ก็จะให้ทำท่า ตามความคิด โดยผ่าน ขยาย สื่อสารทางร่างกาย
ผกกบอกว่า การทำนั้นมี 2 แบบ คื่อการพรีเซนต์ความหมาย เพื่อสื่อสารให้คนดูรู้
ตัวอย่างเช่น ความรัก คนก็จะมักทำท่าหัวใจ หรือกอดอกเพื่อแสดงว่ามีความรักหรือความสุข
หรือการ สื่อสารแบบที่ 2 คือ สื่อสารในเชิงนามธรรม เป็นสัญลักษณ์ ความรัก ที่เกิดการตีความแล้ว
เพราะฉะนั้นความรักที่สื่อออกมาในแบบนี้จึงมีหลากหลาย บางคนอาจทำท่าบิดเบี้ยว
หรือ โค้งงอเป็นประสบการณ์ของแต่ละคน
ในขณะที่ทำไม่ต้องคิดนานให้ทำทันทีเลย จะได้ไม่ประดิษฐ์ท่าจนเกินไป อันนี้ฉันเติมเองนะ
ปัญหาของฉันคือ.......พอทำแล้ว ฉันจำท่าไม่ได้ ลืมไปแล้วทำท่าอะไรบ้างเนี่ยล่ะฉันล่ะ
จากนั้นก็ให้แบ่งคู่กันสองคน เลือกท่าประกอบกัน และแสดงออกเป็นคู่ๆ เหมือนเดิมเลยฉันก็จำไม่ได้ว่า
ทำท่าอะไรไปว่ะ เครียดเลยกรู...-_-'
ตอนจบก็ทำเป็นงานกลุ่มรวมกันทำท่าทั้งหมด
คำที่ให้ทำท่าก็มี บ้าน,พ่อแม่,พี่น้อง,ญาติ,ตนเอง,สังคม,ประเทศชาติ
.............................................
พอล่ะ ....เหนื่อย
ตั้งชื่อหัวเรื่อง เขียนตัว บี ภาษาไทย เผื่อทีมงาน seargh มาเจอ....เดี๋ยวความลับแตกกกกก 555
แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นความลับหรอกนะ....
edit @ 13 May 2009 05:00:02 by แสงไฟสีแดงบนยอดตึกกระพริบริบหรี่
edit @ 13 May 2009 05:04:38 by แสงไฟสีแดงบนยอดตึกกระพริบริบหรี่